Corporate building view

นายอัษฎา หะรินสุต ประธานกรรมการ บริษัท เชลล์แห่งประเทศไทย จำกัด กล่าว “ในฐานะที่เป็นบริษัทด้านพลังงานแห่งแรกในไทย เชลล์ ประเทศไทย ภูมิใจเป็นอย่างยิ่งที่ได้เป็นส่วนหนึ่งของการพัฒนาประเทศและสังคมมาตลอด 126 ปี และในฐานะหนึ่งในผู้นำด้านพลังงานและน้ำมันเชื้อเพลิง เรามีความมุ่งมั่นในการขับเคลื่อนการพัฒนาอย่างยั่งยืนด้วยการให้ความสำคัญกับการบริหารจัดการพลังงานที่มีประสิทธิภาพและสะอาดยิ่งขึ้น ซึ่งสอดคล้องกับเป้าหมายระดับโลกของเราในการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกลง 20% ภายในปี 2035[1] เราเชื่อว่าแผนพัฒนาของเราจะเป็นไปในทิศทางเดียวกันกับการมุ่งสู่เป้าหมายด้านความยั่งยืน รวมถึงสนับสนุนนโยบายภาครัฐในการเดินหน้าขับเคลื่อนประเทศไทยภายใต้นโยบายไทยแลนด์ 4.0”

ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2435 ที่ เชลล์ได้เริ่มต้นดำเนินธุรกิจในไทย บริษัทได้ช่วยยกระดับการพัฒนานวัตกรรมพลังงานและคุณภาพการผลิตน้ำมันเชื้อเพลิงในประเทศ โดยในปีนี้ บริษัทดำเนินกลยุทธ์ “พลังงานสะอาด เพิ่มประสิทธิภาพ และดีต่อสิ่งแวดล้อม” เพื่อบรรลุเป้าหมายตามแผนพัฒนาพลังงานเพื่อความยั่งยืน โดยมีองค์ประกอบหลัก 3 ด้าน คือ การพัฒนาด้านนวัตกรรม การร่วมมือกันของทุกฝ่าย และการพัฒนาศักยภาพและคุณภาพชีวิตของคนในประเทศไทย นอกจากนี้ เชลล์ ประเทศไทยยังสร้างสรรค์โครงการเพื่อสังคมอย่างต่อเนื่อง โดยให้ความสำคัญกับการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกเพื่อปกป้องดูแลสิ่งแวดล้อม มาตรการความปลอดภัยทางถนน รวมถึงการพัฒนาทรัพยากรบุคคลเพื่อชีวิตความเป็นอยู่อย่างพอเพียง 

การพัฒนาด้านนวัตกรรม : ความมุ่งมั่นในการชดเชยคาร์บอนให้เป็นศูนย์ โดยเน้นการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกเพื่อปกป้องดูแลสิ่งแวดล้อม คือแนวทางในการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานเพื่อความยั่งยืน เชลล์ ประเทศไทย ได้เริ่มการรณรงค์ตั้งแต่ภายในองค์กร สร้างจิตสำนึกให้มีความรับผิดชอบในการใช้พลังงาน รวมถึงการวางเป้าหมายด้านการผลิตพลังงานที่มีรูปแบบเหมาะสม เพิ่มประสิทธิภาพ อีกทั้งยังให้ความสำคัญกับนวัตกรรมพลังงานที่มีคุณภาพ การจัดการขยะอย่างเป็นระบบ ตลอดจนการพัฒนาพลังงานทางเลือกใหม่ๆ ไปพร้อมกัน โดยมีการดำเนินงานทั้งภายในและภายนอกองค์กร อาทิ การใช้หลังคาโซล่าร์ในพื้นที่บริเวณและอาคารสำนักงานใหญ่ การเลือกใช้เชื้อเพลิงชีวภาพ ซึ่งมีส่วนสนับสนุนความเป็นอยู่ที่ดีของเกษตรกร ซึ่งเป็นคนส่วนใหญ่ในประเทศ ขณะเดียวกันก็สามารถสร้างความเข้มแข็งในการแข่งขันทางธุรกิจด้วย

การทำงานร่วมกันของทุกฝ่าย: ความสำเร็จในการเปลี่ยนผ่านพลังงานจำเป็นต้องได้รับความร่วมมือจากผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องทุกฝ่าย ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาสังคม การเปลี่ยนผ่านพลังงานจะไม่สามารถสำเร็จได้ หากขาดการสนับสนุนจากภาครัฐในเชิงนโยบาย บริษัทผู้ผลิตรถยนต์ที่พัฒนาเครื่องยนต์ให้สามารถใช้เชื้อเพลิงชีวภาพได้มากขึ้น และผู้ผลิตเชื้อเพลิงชีวภาพต่างๆ ที่เน้นพัฒนาและเลือกใช้ผลิตภัณฑ์จากเทคโนโลยีที่ก้าวหน้ามากขึ้น ที่สำคัญ หากวิเคราะห์จากมุมมองด้านสังคม ซึ่งต้องเติบโตอย่างสมดุลพร้อมกับการพัฒนาเศรษฐกิจและสิ่งแวดล้อมนั้น เชลล์ ประเทศไทย ตระหนักดีว่าความปลอดภัยคือปัจจัยหลักในการเติมความสุขให้กับทุกชีวิต โดยเฉพาะในเรื่องของการเดินทางอย่างปลอดภัย หนึ่งในโครงการอันเกิดจากความร่วมมือจากหลากหลายภาคส่วน ได้แก่ โครงการความปลอดภัยบนท้องถนนที่เชิญชวนให้เยาวชนไทยรุ่นใหม่หันมาให้ความสำคัญและมีบทบาทในการใช้เทคโนโลยีดิจิตอลเพื่อส่งเสริมรณรงค์เรื่องความปลอดภัยทางถนนและในชุมชนด้วย

การพัฒนาศักยภาพและคุณภาพชีวิตของคนในประเทศ: การลงทุนด้านทรัพยากรบุคคลคือกุญแจสำคัญที่นำไปสู่ชีวิตและโลกของเราที่ดีขึ้นด้วยเช่นกัน การพัฒนาทรัพยากรบุคคลเพื่อชีวิตความเป็นอยู่อย่างพอเพียง เป็นแนวคิดหลักที่เชลล์มุ่งเน้น โดยคำนึงถึงชุมชนเกษตรกรรมและเยาวชนรุ่นใหม่ให้มีส่วนร่วมขับเคลื่อนพัฒนาประเทศ การลงทุนในการพัฒนาทักษะชีวิตและการศึกษาเรียนรู้ คือหลักการที่จำเป็นอย่างยิ่งในการนำไปสู่พลังงานสะอาดที่ยั่งยืนและเพิ่มโอกาสสู่คุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น เชลล์ ประเทศไทย ดำเนินโครงการเชลล์เติมสุข (Fuel the Happiness) อย่างต่อเนื่อง โดยจัดสรรพื้นที่ภายในสถานีบริการน้ำมันของเชลล์ ให้คนในชุมชนเข้ามาสร้างแปลงปลูกผักและขายพืชผลทางการเกษตรให้กับลูกค้าที่มาเติมน้ำมัน นอกจากนี้ ยังจัดให้มีการอบรมและเปิดโอกาสแก่นักเรียนในการทำงานพิเศษช่วงปิดภาคเรียน รวมไปถึงการพัฒนาความรู้และทักษะของเยาวชนรุ่นใหม่ เช่น โครงการแข่งขันสร้างรถต้นแบบประหยัดพลังงานและดีต่อสิ่งแวดล้อม เชลล์ อีโค-มาราธอน เป็นต้น

ด้วยเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนและการดูแลเคียงข้างสังคม เชลล์ ประเทศไทย จึงได้ดำเนินงานด้านการพัฒนาที่ยั่งยืนผ่านแนวคิด “Believe-Become-Belong” โดย “Believe” เป็นการสร้างความเชื่อมั่นและความเข้าใจเกี่ยวกับการตอบสนองความท้าทายด้านพลังงานและการเปลี่ยนแปลงด้านสภาพอากาศบนความร่วมมือกับผู้มีส่วนได้เสีย โดยคำนึงถึงการมีพลังงานที่มากขึ้นและในขณะที่ตอบโจทย์ความต้องการสิ่งแวดล้อมที่มีคุณภาพไปพร้อมกัน “Become” คือการดำเนินงานที่มุ่งเน้นเป้าหมายด้านความยั่งยืน 6 ประการตามกรอบ UN Sustainable Development Goals (UNSDGs) ตลอดทั้งห่วงโซ่ธุรกิจ โดยเฉพาะภาครัฐ ภาคเอกชน และประชาสังคม ซึ่งมีส่วนสำคัญอย่างยิ่งในการกำหนดทิศทางอนาคตพลังงานของประเทศไทย และ “Belong” หมายถึงการส่งเสริมให้พนักงานทุกคนเป็นสมาชิกส่วนหนึ่งของสังคม ส่งเสริมบทบาทความร่วมมือในการขับเคลื่อนความก้าวหน้าด้านพลังงาน เอาใจใส่ดูแลลูกค้าและภาคส่วนต่างๆ ของสังคมไทยสู่ความสุขที่ยั่งยืน

[1] Shell Investor Handbook

ข้อมูลเพิ่มเติมสำหรับสื่อมวลชน กรุณาติดต่อ:

ฐิติภา ลักษณพิสุทธิ์
ผู้จัดการใหญ่
ฝ่ายองค์กรสัมพันธ์
บริษัท เชลล์แห่งประเทศไทย จำกัด
โทรศัพท์: +662 – 262 7326

ญาดา สินธวะรัตน์
ฮิลล์ แอนด์ นอลตัน สแตรทิจีส์ ประเทศไทย
โทรศัพท์: +662 627 3501 ต่อ 213
อีเมล:
ysintavarattana@hkstrategies.com

Cautionary Note

The companies in which Royal Dutch Shell plc directly and indirectly owns investments are separate legal entities. In this press release “Shell”, “Shell group” and “Royal Dutch Shell” are sometimes used for convenience where references are made to Royal Dutch Shell plc and its subsidiaries in general. Likewise, the words “we”, “us” and “our” are also used to refer to Royal Dutch Shell plc and subsidiaries in general or to those who work for them. These terms are also used where no useful purpose is served by identifying the particular entity or entities. ‘‘Subsidiaries’’, “Shell subsidiaries” and “Shell companies” as used in this press release refer to entities over which Royal Dutch Shell plc either directly or indirectly has control. Entities and unincorporated arrangements over which Shell has joint control are generally referred to as “joint ventures” and “joint operations”, respectively. Entities over which Shell has significant influence but neither control nor joint control are referred to as “associates”. The term “Shell interest” is used for convenience to indicate the direct and/or indirect ownership interest held by Shell in an entity or unincorporated joint arrangement, after exclusion of all third-party interest.

This press release contains forward-looking statements (within the meaning of the U.S. Private Securities Litigation Reform Act of 1995) concerning the financial condition, results of operations and businesses of Royal Dutch Shell. All statements other than statements of historical fact are, or may be deemed to be, forward-looking statements. Forward-looking statements are statements of future expectations that are based on management’s current expectations and assumptions and involve known and unknown risks and uncertainties that could cause actual results, performance or events to differ materially from those expressed or implied in these statements. Forward-looking statements include, among other things, statements concerning the potential exposure of Royal Dutch Shell to market risks and statements expressing management’s expectations, beliefs, estimates, forecasts, projections and assumptions. These forward-looking statements are identified by their use of terms and phrases such as “aim”, “ambition’, ‘‘anticipate’’, ‘‘believe’’, ‘‘could’’, ‘‘estimate’’, ‘‘expect’’, ‘‘goals’’, ‘‘intend’’, ‘‘may’’, ‘‘objectives’’, ‘‘outlook’’, ‘‘plan’’, ‘‘probably’’, ‘‘project’’, ‘‘risks’’, “schedule”, ‘‘seek’’, ‘‘should’’, ‘‘target’’, ‘‘will’’ and similar terms and phrases. There are a number of factors that could affect the future operations of Royal Dutch Shell and could cause those results to differ materially from those expressed in the forward-looking statements included in this press release, including (without limitation): (a) price fluctuations in crude oil and natural gas; (b) changes in demand for Shell’s products; (c) currency fluctuations; (d) drilling and production results; (e) reserves estimates; (f) loss of market share and industry competition; (g) environmental and physical risks; (h) risks associated with the identification of suitable potential acquisition properties and targets, and successful negotiation and completion of such transactions; (i) the risk of doing business in developing countries and countries subject to international sanctions; (j) legislative, fiscal and regulatory developments including regulatory measures addressing climate change; (k) economic and financial market conditions in various countries and regions; (l) political risks, including the risks of expropriation and renegotiation of the terms of contracts with governmental entities, delays or advancements in the approval of projects and delays in the reimbursement for shared costs; and (m) changes in trading conditions. No assurance is provided that future dividend payments will match or exceed previous dividend payments. All forward-looking statements contained in this press release are expressly qualified in their entirety by the cautionary statements contained or referred to in this section. Readers should not place undue reliance on forward-looking statements. Additional risk factors that may affect future results are contained in Royal Dutch Shell’s 20-F for the year ended December 31, 2017 (available at www.shell.com/investor and www.sec.gov ). These risk factors also expressly qualify all forward looking statements contained in this press release and should be considered by the reader. Each forward-looking statement speaks only as of the date of this press release, 11 July 2018. Neither Royal Dutch Shell plc nor any of its subsidiaries undertake any obligation to publicly update or revise any forward-looking statement as a result of new information, future events or other information. In light of these risks, results could differ materially from those stated, implied or inferred from the forward-looking statements contained in this press release.

We may have used certain terms, such as resources, in this press release that United States Securities and Exchange Commission (SEC) strictly prohibits us from including in our filings with the SEC. U.S. Investors are urged to consider closely the disclosure in our Form 20-F, File No 1-32575, available on the SEC website www.sec.gov.