Group of people
(จากซ้ายไปขวา) มร. ฮอร์เฮ่ ดิอาซ เดล คาสติลโย ปาเรเดส รองประธาน บริษัท ฮุนไดมอเตอร์ (ไทยแลนด์) จำกัด มร. โทชิฮิเดะ อาโนะ ประธาน บริษัท ฮุนไดมอเตอร์ (ไทยแลนด์) จำกัด นายกฤษฎา สุภาพ ผู้จัดการฝ่ายน้ำมันหล่อลื่น ธุรกิจยานยนต์ บริษัท เชลล์แห่งประเทศไทย จำกัด และ มร. ฮุนจู แชง ผู้จัดการระดับภูมิภาคทั่วโลก ฝ่ายธุรกิจยานยนต์ฮุนได บริษัท ฮันกุก เชลล์ ออยล์ จำกัด

นางสาววีธรา ตระกูลบุญ กรรมการบริหาร ธุรกิจน้ำมันหล่อลื่น บริษัท เชลล์แห่งประเทศไทย จำกัดกล่าวว่า “เป็นเวลานานกว่าศตวรรษที่เชลล์ได้สร้างสรรค์นวัตกรรมเพื่อพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ ให้มีประสิทธิภาพที่ดียิ่งขึ้น โดยมีคุณภาพที่ผู้ขับขี่สามารถมั่นใจได้ และตอบโจทย์ความยั่งยืนในด้านต่างๆ  ไม่ว่าเป็นการจัดหาพลังงานที่จำเป็นให้แก่ประชากรที่กำลังเพิ่มขึ้น ขณะที่ให้ความเคารพต่อผู้คน ความปลอดภัย และสิ่งแวดล้อม เชลล์ภูมิใจเป็นอย่างยิ่งที่ได้นำเสนอเทคโนโลยีขั้นสูงให้แก่ผู้ขับขี่ทั่วโลก รวมถึงเทคโนโลยี GTL (gas-to-liquids) สิทธิ์เฉพาะของเชลล์ ที่เปลี่ยนก๊าซธรรมชาติให้เป็นส่วนผสมหลักของน้ำมันเครื่อง โดยเทคโนโลยี GTL ในน้ำมันเครื่องเชลล์ที่ออกแบบมาโดยเฉพาะสำหรับเครื่องยนต์ฮุนไดนี้จะช่วยลดอัตราการสิ้นเปลืองน้ำมัน ทำความสะอาดเครื่องยนต์ เครื่องยนต์จึงทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ ตอบสนองแนวทางการดำเนินงานของเชลล์ในการขับเคลื่อนพลังงานไทยผ่านกลยุทธ์ “พลังงานสะอาด เพิ่มประสิทธิภาพ และดีต่อสิ่งแวดล้อม” โดยทั้งหมดนี้เราได้ส่งมอบให้กับลูกค้าฮุนได ซึ่งจะช่วยเพิ่มคุณค่าให้กับทั้งสองแบรนด์ และเป็นประตูสู่การเป็นพันธมิตรในด้านต่างๆ ในอนาคต ไม่ว่าจะเป็นการพัฒนาผลิตภัณฑ์ การส่งเสริมตลาดหลังการขาย และเรายังหวังเป็นอย่างยิ่งว่าการผสานความแข็งแกร่งของแบรนด์ระดับโลกของเชลล์และฮุนไดในครั้งนี้จะช่วยมอบประสบการณ์หลังการขายที่เป็นเลิศให้แก่ลูกค้าฮุนไดต่อไป”

ความร่วมมือเป็นพันธมิตรในครั้งนี้ครอบคลุมผลิตภัณฑ์ของ ฮุนได และเชลล์ เฮลิกส์ รวมถึงน้ำมันเชลล์  เฮลิกส์ อัลตร้า รุ่นใหม่ล่าสุด ที่มาพร้อมเทคโนโลยีเพียวพลัส (PurePlus) โดยน้ำมันเครื่องเชลล์ที่ออกแบบมาโดยเฉพาะสำหรับเครื่องยนต์ฮุนไดนี้ จะวางจำหน่ายในตลาดสำคัญในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก เช่น จีน อินเดีย อินโดนีเซีย และมาเลเซีย และในตลาดสำคัญในทวีปยุโรปอีกหลายแห่ง รวมถึงประเทศบราซิล โดยการเปิดตัวในประเทศไทยครั้งนี้ถือเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญของการร่วมมือกันในระดับโลกระหว่างฮุนไดและเชลล์

มร. โทชิฮิเดะ อาโนะ ประธาน บริษัท ฮุนไดมอเตอร์ (ไทยแลนด์) จำกัด กล่าวว่า “การเปิดตัวความร่วมมือเป็นพันธมิตรครั้งนี้มีเป้าหมายเพื่อสนับสนุนห่วงโซ่อุปทานสำหรับตลาดหลังการขายของฮุนได และเป็นการวางรากฐานสำหรับความร่วมมือครั้งใหม่ และการตลาดอื่นๆ ที่จะเกิดขึ้นในอนาคต โดยทุกกิจกรรมจะตั้งอยู่บนแนวคิดเดียวกัน คือยกระดับประสบการณ์หลังการขายของลูกค้าของฮุนไดให้เกิดความพึงพอใจสูงสุด ซึ่งเชลล์จะเป็นพันธมิตรที่สำคัญที่จะร่วมเดินหน้าขับเคลื่อนกลยุทธ์ตลาดหลังการขายในอนาคต พร้อมช่วยผลักดันการเติบโตอย่างมีคุณภาพให้แก่ธุรกิจฮุนไดต่อไป”

นอกเหนือจากการเป็นพันธมิตรทางการค้าแล้ว เชลล์ และฮุนไดยังมีทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิดบนสนามแข่งอีกด้วย โดยเชลล์ และฮุนได มอเตอร์สปอร์ต ได้ประกาศขยายระยะเวลาความร่วมมือในฐานะสปอนเซอร์หลักร่วมของการแข่งขัน FIA World Rally Championships (WRC) เพิ่มอีก 3 ปี โดย โยเคน ลาค หัวหน้าทีมพัฒนาน้ำมันเครื่องเชลล์ สำหรับการแข่งขัน WRC กล่าวว่า “การแข่งขัน WRC เป็นหนึ่งในรายการแข่งขันมอเตอร์สปอร์ตที่ท้าทายที่สุดในโลก ด้วยสนามแข่งสุดท้าทายกับแรลลี่บนพื้นกรวด ถนนราดยาง น้ำแข็ง และหิมะ รถแต่ละคันจะถูกทดสอบสมรรถนะอย่างหนักหน่วง ไม่ว่าจะในอุณหภูมิ -30 หรือ 40 องศาเซลเซียส ซึ่งนั่นคือเหตุผลที่เราร่วมมือกับฮุนได มอเตอร์สปอร์ต เพื่อพัฒนาน้ำมันเครื่องเชลล์ เฮลิกส์ อัลตร้า สำหรับการแข่งขัน ที่ได้รับการออกแบบมาเพื่อช่วยให้เครื่องยนต์คงความสะอาด ลดการเสียดสีและการสึกกร่อน แม้ในการแข่งขันที่ทรหดที่สุด”

มิเคล นานดาน หัวหน้าทีม ฮุนได เชลล์ โมบิส เวิล์ด แรลลี่ กล่าวเสริมว่า “น้ำมันเครื่องเชลล์ เฮลิกส์ อัลตร้า ช่วยเพิ่มขุมพลังให้แก่รถแข่งฮุนได มอเตอร์สปอร์ต ได้ถึง 1.5 แรงม้า และนั่นหมายถึงความได้เปรียบเฉลี่ยมากถึง 6 วินาทีในแต่ละรอบการแข่งขัน” 

ด้วยความร่วมมือทางด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรม เชลล์และฮุนได พร้อมนำเสนอความพิเศษจากสนามแข่งนี้สู่ท้องถนน ผ่านการพัฒนาน้ำมันเครื่องสูตรใหม่ที่ตอบสนองความต้องการของรถยนต์รุ่นต่างๆ ของฮุนไดที่ยังคงเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยผู้ใช้รถยนต์ฮุนไดในประเทศไทยสามารถใช้น้ำมันเครื่องเชลล์ที่ออกแบบมาโดยเฉพาะ ที่พร้อมมอบการป้องกันเครื่องยนต์ชั้นยอดสำหรับทุกสภาพการใช้งานได้แล้ววันนี้ ที่ศูนย์บริการฮุนไดทั่วประเทศ

ข้อมูลเพิ่มเติมสำหรับสื่อมวลชน กรุณาติดต่อ:

ฐิติภา ลักษณพิสุทธิ์
ผู้จัดการใหญ่
ฝ่ายองค์กรสัมพันธ์
บริษัท เชลล์แห่งประเทศไทย จำกัด
โทรศัพท์: +662 – 262 7326

พรรณพัชฬา เจริญสวัสดิ์
ฮิลล์ แอนด์ นอลตัน สแตรทิจีส์ ประเทศไทย
โทรศัพท์: +662 627 3501 ต่อ 161
อีเมล: pcharoensawas@hkstrategies.com

About Shell Lubricants

The term “Shell Lubricants” collectively refers to Shell Group companies engaged in the lubricants business. Shell sells a wide variety of lubricants to meet customer needs across a range of applications. These include consumer motoring, heavy-duty transport, mining, power generation and general engineering. Shell’s portfolio of lubricants includes Pennzoil, Quaker State, Shell Helix, Shell Rotella, Shell Tellus and Shell Rimula. We are active across the full lubricant supply chain. We manufacture base oils in seven plants, blend them with additives to make lubricants in over 40 plants, and distribute, market and sell lubricants in over 100 countries.

We also provide technical and business support to customers. We offer lubricant-related supports in addition to our product range. These include: Shell LubeMatch – the market leading product on-line recommendation tool, Shell LubeAdvisor - helps customers to select the right lubricant through highly trained Shell technical staff as well as online tools, and Shell LubeAnalyst - an early warning system that enables customers to monitor the condition of their equipment and lubricant, helping to save money on maintenance and avoid potential lost business through equipment failure.

Shell’s world-class technology works to deliver value to our customers. Innovation, product application and technical collaboration are at the heart of Shell lubricants. We have lubricants research centres in China, Germany, Japan (in a joint venture with Showa Shell), and the USA. We invest significantly in technology and work closely with our customers to develop innovative lubricants. We have a patent portfolio with 150+ patent series for lubricants, base oils and greases; more than 200 scientists and lubricants engineers dedicated to lubricants research and development.

Customer benefits include lower maintenance costs, longer equipment life and reduced energy consumption. One of the ways we push the boundaries of lubricant technology is by working closely with top motor racing teams such as Scuderia Ferrari and BMW Motorsport. These technical partnerships enable us to expand our knowledge of lubrication science and transfer cutting-edge technology from the racetrack to our commercial products.

Cautionary Note

The companies in which Royal Dutch Shell plc directly and indirectly owns investments are separate legal entities. In this press release “Shell”, “Shell group” and “Royal Dutch Shell” are sometimes used for convenience where references are made to Royal Dutch Shell plc and its subsidiaries in general. Likewise, the words “we”, “us” and “our” are also used to refer to Royal Dutch Shell plc and subsidiaries in general or to those who work for them. These terms are also used where no useful purpose is served by identifying the particular entity or entities. ‘‘Subsidiaries’’, “Shell subsidiaries” and “Shell companies” as used in this press release refer to entities over which Royal Dutch Shell plc either directly or indirectly has control. Entities and unincorporated arrangements over which Shell has joint control are generally referred to as “joint ventures” and “joint operations”, respectively.  Entities over which Shell has significant influence but neither control nor joint control are referred to as “associates”. The term “Shell interest” is used for convenience to indicate the direct and/or indirect ownership interest held by Shell in an entity or unincorporated joint arrangement, after exclusion of all third-party interest. 

This press release contains forward-looking statements (within the meaning of the U.S. Private Securities Litigation Reform Act of 1995) concerning the financial condition, results of operations and businesses of Royal Dutch Shell. All statements other than statements of historical fact are, or may be deemed to be, forward-looking statements. Forward-looking statements are statements of future expectations that are based on management’s current expectations and assumptions and involve known and unknown risks and uncertainties that could cause actual results, performance or events to differ materially from those expressed or implied in these statements. Forward-looking statements include, among other things, statements concerning the potential exposure of Royal Dutch Shell to market risks and statements expressing management’s expectations, beliefs, estimates, forecasts, projections and assumptions. These forward-looking statements are identified by their use of terms and phrases such as “aim”, “ambition’, ‘‘anticipate’’, ‘‘believe’’, ‘‘could’’, ‘‘estimate’’, ‘‘expect’’, ‘‘goals’’, ‘‘intend’’, ‘‘may’’, ‘‘objectives’’, ‘‘outlook’’, ‘‘plan’’, ‘‘probably’’, ‘‘project’’, ‘‘risks’’, “schedule”, ‘‘seek’’, ‘‘should’’, ‘‘target’’, ‘‘will’’ and similar terms and phrases. There are a number of factors that could affect the future operations of Royal Dutch Shell and could cause those results to differ materially from those expressed in the forward-looking statements included in this press release, including (without limitation): (a) price fluctuations in crude oil and natural gas; (b) changes in demand for Shell’s products; (c) currency fluctuations; (d) drilling and production results; (e) reserves estimates; (f) loss of market share and industry competition; (g) environmental and physical risks; (h) risks associated with the identification of suitable potential acquisition properties and targets, and successful negotiation and completion of such transactions; (i) the risk of doing business in developing countries and countries subject to international sanctions; (j) legislative, fiscal and regulatory developments including regulatory measures addressing climate change; (k) economic and financial market conditions in various countries and regions; (l) political risks, including the risks of expropriation and renegotiation of the terms of contracts with governmental entities, delays or advancements in the approval of projects and delays in the reimbursement for shared costs; and (m) changes in trading conditions. No assurance is provided that future dividend payments will match or exceed previous dividend payments.  All forward-looking statements contained in this press release are expressly qualified in their entirety by the cautionary statements contained or referred to in this section. Readers should not place undue reliance on forward-looking statements. Additional risk factors that may affect future results are contained in Royal Dutch Shell’s 20-F for the year ended December 31, 2017 (available at www.shell.com/investor and www.sec.gov ). These risk factors also expressly qualify all forward looking statements contained in this press release and should be considered by the reader.  Each forward-looking statement speaks only as of the date of this press release, 11 July 2018. Neither Royal Dutch Shell plc nor any of its subsidiaries undertake any obligation to publicly update or revise any forward-looking statement as a result of new information, future events or other information. In light of these risks, results could differ materially from those stated, implied or inferred from the forward-looking statements contained in this press release.

We may have used certain terms, such as resources, in this press release that United States Securities and Exchange Commission (SEC) strictly prohibits us from including in our filings with the SEC.  U.S. Investors are urged to consider closely the disclosure in our Form 20-F, File No 1-32575, available on the SEC website www.sec.gov.