ทีมผู้ชนะจากการแข่งขันค้นหาสุดยอดนักขับรถประหยัดน้ำมันระดับเอเชีย
ทีมผู้ชนะจากการแข่งขันค้นหาสุดยอดนักขับรถประหยัดน้ำมันระดับเอเชีย

งานสุดยอดแนวคิดและนวัตกรรมล้ำสมัยด้านพลังงานของเชลล์ อย่าง ‘Make the Future’ ที่ประเทศสิงคโปร์ได้ปิดฉากลงแล้วท่ามกลางการแข่งขันเพื่อเฟ้นหาสุดยอดนักขับรถประหยัดน้ำมันระดับเอเชีย โดยทีม DSLU Eco Car – I.C.E. จากมหาวิทยาลัย De La Salle ประเทศฟิลิปปินส์ สามารถคว้าชัยชนะจากการแข่งขันครั้งนี้

การแข่งขันสุดยอดนักขับรถประหยัดน้ำมันระดับเอเชียที่จัดขึ้น ณ สนามแข่งยาวกว่า 1.19 กิโลเมตรนั้นผู้ชนะจากการแข่งขันในประเภท Urban Concept ของ เชลล์ อีโค-มาราธอน เอเชีย ประจำปี 2017 จะร่วมลงสนามแข่งขันสุดยอดนักขับรถประหยัดน้ำมันรอบชิงชนะเลิศ ที่จะจัดขึ้นในวันที่ 28 พฤษภาคม 2560 ที่กรุงลอนดอน สหราชอาณาจักร

ทีม DSLU Eco Car – I.C.E. ที่คว้าชัยชนะจากการแข่งขันที่ประเทศสิงคโปร์ จะได้เดินทางไปยังกรุงลอนดอนกับทีมรองชนะเลิศอันดับ 1 ทีม Bengawan จากมหาวิทยาลัย Sebelas Maret และ รองชนะเลิศอันดับ 2 ทีม ITS จาก Institut Teknologi Sepuluh Nopember ทั้งหมดจากประเทศอินโดนีเซีย และเตรียมความพร้อมเพื่อพบกับคู่แข่งอีก 3 ทีมจากอเมริกาและยุโรป ทีมที่ทำสถิติดีที่สุดจะได้รับรางวัลอันทรงเกียรติ ด้วยการคว้าแชมป์ แกรนด์ ไฟนอล และสัมผัสประสบการณ์สุดพิเศษ ณ ถิ่นกำเนิดของสคูเดอเรีย เฟอร์รารี่

นายคาร์โล มิเกล ฟลอเรส อายุ 19 ปี  ผู้ชนะการแข่งขันจากเชื้อเพลิงประเภทแกสโซลีน กล่าวว่า “ผมไม่อยากเชื่อเลยครับ! ทุกคนในทีมก็เหมือนกัน นี่คือความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่มากของพวกเรา เราเตรียมตัวหนักมากกว่าจะมาถึงจุดนี้ได้ ตอนนี้พอทราบว่าจะได้ไปลอนดอน ได้โอกาสลงแข่งอีกครั้งเพื่อลุ้นไปอิตาลี และได้ไปถึงถิ่นกำเนิดของเฟอร์รารี่ ก็ยิ่งตื่นเต้นเข้าไปอีกครับ!”

ทีม Virgin จากประเทศไทย ผู้ชนะเลิศจากประเภท Prototype
ทีม Virgin จากประเทศไทย ผู้ชนะเลิศจากประเภท Prototype

สำหรับปีที่ผ่านมา Bumi Siliwangi Team 4 จาก มหาวิทยาลัยเพ็นดิดิกาน ประเทศอินโดนีเซีย ได้คว้าชัยชนะจากการการแข่งขันสุดยอดนักขับรถประหยัดน้ำมัน ที่กรุงลอนดอน ก่อนจะออกเดินทางไปสมทบกับผู้ชนะจากเชลล์ อีโค-มาราธอน ณ เมืองมาราเนลโล ประเทศอิตาลี และเป็นครั้งแรกของโลกที่รถต้นแบบประหยัดพลังงานได้ลงสู่สนามแข่งเฟอร์รารี่ในตำนานอย่างฟิโอราโน เซอร์กิต หลังจากก่อสร้างแล้วเสร็จในปี 2515 และปรับปรุงใหม่โดยใช้ยางมะตอย Shell Cariphalte จากเชลล์ เมื่อปี 2545

แมธเทีย บินอตโต ผู้อำนวยการด้านเทคนิคจาก สคูเดอเรีย เฟอร์รารี่ กล่าวว่า “เป็นเรื่องน่ายินดีที่ได้พบผู้ชนะจากเชลล์ อีโค-มาราธอนทุกท่านในปีที่ผ่านมา และเราพร้อมต้อนรับทุกท่านอีกครั้งในปีนี้ ความทุ่มเทที่เราเห็นจากผู้เข้าแข่งขันทุกท่านเป็นแรงบันดาลใจให้เราเช่นกัน และเราเชื่อว่าวิศวกรรุ่นใหม่เหล่านี้คืออนาคตที่จะก้าวหน้าไปอย่างแท้จริง เราจึงยินดีให้ความช่วยเหลือทุกด้านเพื่อจุดประกายให้ทุกคนเดินหน้าต่อไป”

มร. นอร์แมน คอช ผู้จัดการทั่วไปของ การแข่งขันเชลล์ อีโค-มาราธอน กล่าวว่า “ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องกับงาน “Make the Future” มีความตื่นเต้นเป็นอย่างมากที่ได้เห็นความพยายามในการทำทุกสิ่งให้เป็นไปได้จากนักศึกษาที่เข้าร่วมการแข่งขัน เพื่อเตรียมพร้อมรับความท้าทายจากการแข่งขันสุดยอดนักขับรถประหยัดน้ำมัน การโคจรมาพบกันของคำว่า “ประหยัดพลังงาน” และ “ความเร็ว” ไม่ใช่เรื่องง่าย แต่เรามีความมั่นใจว่าจะมีการค้นพบเทคโนโลยีด้านยานยนต์ที่น่าประทับใจที่จะสร้างความเปลี่ยนแปลงในอนาคต และทั้งหมดนี้จะทำให้การแข่งขันเชลล์ อีโค-มาราธอน ตื่นเต้นเร้าใจขึ้นไปอีก ซึ่งนับเป็นเรื่องดีสำหรับทุกคนทีเกี่ยวข้องกับการแข่งขันด้วย”

ทีม Virgin จากประเทศไทย ผู้ชนะเลิศจากประเภทรถ Prototype (เชื้อเพลิง Internal Combustion Engine (ICE) ที่ใช้เชื้อเพลิง เบนซิน ดีเซล)
ทีม Virgin จากประเทศไทย ผู้ชนะเลิศจากประเภทรถ Prototype (เชื้อเพลิง Internal Combustion Engine (ICE) ที่ใช้เชื้อเพลิง เบนซิน ดีเซล)

ในวันสุดท้ายของการแข่งขันเชลล์ อีโค-มาราธอน เอเชีย มีการประกาศรางวัลสำหรับรถ Prototype ผู้ทำสถิติวิ่งได้ไกลทีสุดด้วยเชื้อเพลิง 1 ลิตร  คือ ทีม Virgin จากวิทยาลัยเทคนิคสกลนคร ประเทศไทย ด้วย เชื้อเพลิง Internal Combustion Engine (ICE) ที่ใช้เชื้อเพลิง เบนซิน ทำสถิติ วิ่งได้ระยะทาง 2,288.9 กิโลเมตรเทียบเท่าการใช้น้ำมัน 1 ลิตร นอกจากนี้ยังมีผู้ได้รับรางวัลจากเชื้อเพลิง Battery Electric คือ ทีม HuaQi-EV จาก Guangzhou College of South China University of Technology ประเทศจีน ด้วยสถิติวิ่งได้ระยะทาง 474.1 กิโลเมตรต่อกิโลวัตต์ฮาวน์ และทีม UiTM Eco-Sprint จาก Universiti Teknologi Mara (UiTM) Shah Alam ประเทศมาเลเซีย ด้วยสถิติวิ่งได้ระยะทาง 359.4 กิโลเมตรต่อกิโลวัตต์ฮาวน์ จากประเภทเชื้อเพลิงไฮโดรเจน

นอกเหนือจากผู้ชนะจากการแข่งขันในสนามแข่งแล้ว ยังมีการประกาศรางวัลผู้ชนะจากการแข่งขันรางวัลอื่นๆ นอกสนามแข่งในหมวดต่างๆ สำหรับทักษะและความคิดสร้างสรรค์ที่โดดเด่น ได้แก่ รางวัลด้านการสื่อสาร การออกแบบยานพาหนะ นวัตกรรมทางเทคนิค ความปลอดภัย และ ความพยายามและสปิริตจากการแข่งขัน

งาน Make the Future สิงคโปร์ มีผู้เข้าร่วมงานจำนวนมาก จากทั้งบุคคลทั่วไป ตัวแทนจากภาคธุรกิจ ภาควิชาการ และภาครัฐ เพื่อร่วมค้นหาทิศทางด้านการสร้างสรรค์นวัตกรรมและการส่งเสริมการพัฒนาเทคโนโลยีเพื่อให้การใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ ผ่านการพูดคุยแลกเปลี่ยนความคิดเห็นและประสบการณ์จริงที่ได้สัมผัสพื้นที่แสดงผลงานต่างๆ ภายในงาน

ผลการแข่งขันประเภท Prototype

Internal Combustion Engine (ICE) ประเภทเชื้อเพลิง เบนซิน ดีเซล
ลำดับ ทีม ประเทศ สถาบัน ประเภทเชื้อเพลิง สถิติที่ดีที่สุด
(กม./ลิตร)
1 Virgin ไทย วิทยาลัยเทคนิคสกลนคร Gasoline 2288.9
2 Clean Diesel Team ญี่ปุ่น Hyogo Prefectural Tajima Technical Institute  Diesel 1416.5
3 Zeal Eco-Power Proto จีน Tongji University Diesel 1061.1

 

Battery Electric
ลำดับ ทีม ประเทศ สถาบัน สถิติที่ดีที่สุด
(กม./ลิตร)
1 HuaQi-EV จีน Guangzhou College of South China University of Technology  474.1
2 BIT Econopower Club จีน Beijing Institute of Technology  427.0
3 NSTRU Eco-Racing  ไทย มหาวิทยาลัยราชภัฏนครศรีธรรมราช 391.2
Hydrogen
ลำดับ ทีม ประเทศ สถาบัน สถิติที่ดีที่สุด
(กม./ลิตร)
1 UiTM Eco-Sprint มาเลเซีย Universiti Teknologi Mara (UiTM) Shah Alam  359.4
2 Eco-Voyager มาเลเซีย University of Malaya  255.7

ข้อมูลเพิ่มเติมสำหรับสื่อมวลชน กรุณาติดต่อ:

สุดารัตน์ พีตกานนท์
ผู้จัดการฝ่ายสื่อสารองค์กร บริษัท เชลล์แห่งประเทศไทย จำกัด
+662 262 7839/ Sudarat.peetakanont@shell.com

ญาดา สินธวะรัตน์
ฮิลล์ แอนด์ นอลตัน สแตรทิจีส์ ประเทศไทย
+662 627 3501 ext. 213 ysintavarattana@hkstrategies.com

Notes To Editors

About Make the Future Singapore

Make the Future Singapore is a festival of ideas and innovations for Asia that supports bright energy ideas and provides a platform for innovation, collaboration and conversation about the global energy challenge. It is a four-day event that will take place at Changi Exhibition Centre in Singapore from March 16-19, 2017. Through virtual reality and hands-on experiential zones, visitors will be able to explore what is happening now and see what the future of energy might look like, from renewable energy to natural gas and low-carbon technologies; learn about bright ideas from around Asia; and participate in interactive zones about the future of energy, mobility and innovation by Shell and other partners. For more information, please visit www.shell.com.sg/makethefuturesg.

About Shell Eco-marathon

Shell Eco-marathon is a unique, global competition that challenges students to push the boundaries of energy efficiency on the road. There are three regional Shell Eco-marathon competitions held throughout the year in Asia, America and Europe. The competition provides an arena for students to test vehicles they design and build themselves. It aims to inspire young people to become scientists and engineers of the future.

Shell Eco-marathon began in 1939 at a Shell research laboratory in the United States as a friendly wager between scientists to see who could get the most miles per gallon from their vehicle. In 1985 in France, Shell Eco-marathon as we know it today was born. In April 2007, the Shell Eco-marathon Americas event was launched in the United States, and in 2010, the inaugural Shell Eco-marathon Asia was held in Malaysia, up until 2013. The event was held in Manila, Philippines from 2014 to 2016 and moves to Singapore as part of the Make the Future festival for the first time in 2017.

Royal Dutch Shell plc

Royal Dutch Shell plc is incorporated in England and Wales, has its headquarters in The Hague and is listed on the London, Amsterdam, and New York stock exchanges.  Shell companies have operations in more than 70 countries and territories with businesses including oil and gas exploration and production; production and marketing of liquefied natural gas and gas to liquids; manufacturing, marketing and shipping of oil products and chemicals and renewable energy projects. For further information, visit www.shell.com.

Cautionary Note

The companies in which Royal Dutch Shell plc directly and indirectly owns investments are separate legal entities. In this press release “Shell”, “Shell group” and “Royal Dutch Shell” are sometimes used for convenience where references are made to Royal Dutch Shell plc and its subsidiaries in general. Likewise, the words “we”, “us” and “our” are also used to refer to subsidiaries in general or to those who work for them. These expressions are also used where no useful purpose is served by identifying the particular company or companies. ‘‘Subsidiaries’’, “Shell subsidiaries” and “Shell companies” as used in this press release refer to companies over which Royal Dutch Shell plc  either directly or indirectly has control. Entities and unincorporated arrangements over which Shell has joint control are generally referred to “joint ventures” and “joint operations” respectively.  Entities over which Shell has significant influence but neither control nor joint control are referred to as “associates”. The term “Shell interest” is used for convenience to indicate the direct and/or indirect ownership interest held by Shell in a venture, partnership or company, after exclusion of all third-party interest.

This press release contains forward-looking statements concerning the financial condition, results of operations and businesses of Royal Dutch Shell. All statements other than statements of historical fact are, or may be deemed to be, forward-looking statements. Forward-looking statements are statements of future expectations that are based on management’s current expectations and assumptions and involve known and unknown risks and uncertainties that could cause actual results, performance or events to differ materially from those expressed or implied in these statements. Forward-looking statements include, among other things, statements concerning the potential exposure of Royal Dutch Shell to market risks and statements expressing management’s expectations, beliefs, estimates, forecasts, projections and assumptions. These forward-looking statements are identified by their use of terms and phrases such as ‘‘anticipate’’, ‘‘believe’’, ‘‘could’’, ‘‘estimate’’, ‘‘expect’’, ‘‘goals’’, ‘‘intend’’, ‘‘may’’, ‘‘objectives’’, ‘‘outlook’’, ‘‘plan’’, ‘‘probably’’, ‘‘project’’, ‘‘risks’’, “schedule”, ‘‘seek’’, ‘‘should’’, ‘‘target’’, ‘‘will’’ and similar terms and phrases. There are a number of factors that could affect the future operations of Royal Dutch Shell and could cause those results to differ materially from those expressed in the forward-looking statements included in this press release, including (without limitation): (a) price fluctuations in crude oil and natural gas; (b) changes in demand for Shell’s products; (c) currency fluctuations; (d) drilling and production results; (e) reserves estimates; (f) loss of market share and industry competition; (g) environmental and physical risks; (h) risks associated with the identification of suitable potential acquisition properties and targets, and successful negotiation and completion of such transactions; (i) the risk of doing business in developing countries and countries subject to international sanctions; (j) legislative, fiscal and regulatory developments including regulatory measures addressing climate change; (k) economic and financial market conditions in various countries and regions; (l) political risks, including the risks of expropriation and renegotiation of the terms of contracts with governmental entities, delays or advancements in the approval of projects and delays in the reimbursement for shared costs; and (m) changes in trading conditions. All forward-looking statements contained in this press release are expressly qualified in their entirety by the cautionary statements contained or referred to in this section. Readers should not place undue reliance on forward-looking statements. Additional risk factors that may affect future results are contained in Royal Dutch Shell’s 20-F for the year ended December 31, 2015 (available at www.shell.com/investor and www.sec.gov). These risk factors also expressly qualify all forward-looking statements contained in this press release and should be considered by the reader.  Each forward-looking statement speaks only as of the date of this press release, 19 March 2017. Neither Royal Dutch Shell plc nor any of its subsidiaries undertake any obligation to publicly update or revise any forward-looking statement as a result of new information, future events or other information. In light of these risks, results could differ materially from those stated, implied or inferred from the forward-looking statements contained in this press release.

We may have used certain terms, such as resources, in this press release that United States Securities and Exchange Commission (SEC) strictly prohibits us from including in our filings with the SEC.  U.S. Investors are urged to consider closely the disclosure in our Form 20-F, File No 1-32575, available on the SEC website www.sec.gov.