Jump menu


Secondary Navigation | back to top

Main content |  back to top

1. เชลล์ เทลลัสมีความพิเศษอย่างไรเมื่อเทียบกับน้ำมันของคู่แข่ง?
จากกระบวนการวิจัยและทดสอบอย่างต่อเนื่อง รวมทั้งความร่วมมือที่มีกับผู้ผลิตเครื่องจักรมายาวนาน   เชลล์จึงมีศักยภาพอย่างสูงในการที่จะชี้แนะคุณสมบัติของน้ำมันไฮดรอลิก  ที่จะมีผลต่อการใช้งานในระบบสมัยใหม่

การที่เทลลัสมีคุณสมบัติเกินมาตรฐานที่ผู้ผลิตเครื่องจักรรายใหญ่กำหนดยังไม่เพียงพอสำหรับเชลล์    เป้าหมายของเราคือผลิตน้ำมันไฮดรอลิกที่สามารถรองรับการใช้งานของเครื่องสมัยใหม่ได้ในทุกรูปแบบ

ยกตัวอย่างเช่น ไม่มีมาตรฐานใดกำหนดให้ทดสอบการป้องกันการสึกหรอในภาวะการทำงาน ที่มีแรงกดต่ำ ซึ่งเรารู้จากการทดสอบของเราเองว่า น้ำมันที่ออกแบบสำหรับภาวะการทำงานที่มีแรงกดสูง นั้นอาจใช้การไม่ได้เลยก็ได้ในภาวะแรงกดต่ำๆ

การทดสอบของเชลล์นั้นหนักหน่วงรุนแรงกว่าที่มาตรฐานต้องการมาก ไม่มีมาตรฐานใด ต้องการให้ทดสอบการไหลผ่านกรองของน้ำมันที่ปนเปื้อนน้ำและแคลเซียม ทั้งๆ ที่รู้กันดี ว่าน้ำและแคลเซียมนั้น มีผลต่อคุณภาพของน้ำมันไฮดรอลิกมาก

ไม่มีมาตรฐานใดต้องการให้ทดสอบค่าการต่อต้านการกระตุกของก้านไฮดรอลิก แม้ว่าการใช้งานหลายๆ อย่างต้องการการทำงานที่เรียบลื่นของก้านไฮดรอลิก คุณสมบัตินี้ไม่เหมือนกับคุณสมบัติการต่อการการติดขัดที่มีในน้ำมันหล่อลื่นรางแท่น (เทคโนโลยีที่ใช้ในน้ำมันหล่อลื่นรางแท่นไม่อาจแก้ปัญหาก้านไฮดรอลิกกระตุกที่มี steel-on-seal ได้)

จากความรู้ของเรา เราเชื่อมั่นว่าไม่มีน้ำมันของคู่แข่งรายใดที่อ้างว่าสามารถแก้ปัญหานี้ได้   การคิดสูตรน้ำมันไฮดรอลิกของเชลล์นั้นได้ชื่อว่าล้ำสมัย สูตรของเทลล้สจึงมีเอกลักษณ์และได้รับการจดสิทธิบัตรเป็นของเชลล์เท่านั้น   เชลล์ไม่เชื่อถือให้ผู้ผลิตสารเพิ่มคุณภาพจัดหาสารเพิ่มคุณภาพแบบสำเร็จรูปมาใส่ในสูตรน้ำมันของเรา

 
2. มีคู่แข่งของคุณมาเยี่ยมผมและบอกว่าเขาก็ใช้น้ำมันพื้นฐานของเชลล์ และน้ำมัน ของเขาก็ดีไม่แพ้ของคุณแต่ราคาถูกกว่า แล้วทำไมผมถึงควรจะซื้อเชลล์ เทลลัส?
ถ้าเราดูพ่อครัวที่มีชื่อเสียงระดับโลกทำอาหารทางโทรทัศน์ จดสูตรที่เขาบอก แล้วซื้อเครื่องปรุงมาทำตาม คุณจะเชื่อไหมว่าเราจะสามารถทำอาหารได้อร่อยเหมือนพ่อครัวเอกคุณนั้น เพียงเพราะว่าเราทำตามสูตรของเขาทุกอย่าง

เราคิดว่าคุณคงไม่เชื่อ ในทางเดียวกันคู่แข่งบางรายอาจใช้น้ำมันพื้นฐานของเชลล์จริง แต่เพียงเท่านี้มิได้เป็นเครื่องรับประกันคุณภาพของน้ำมันเทคโนโลยีการผสม น้ำมันต่างหากที่เป็นส่วนสำคัญอย่างยิ่งในการผลิตน้ำมันให้ได้ตรงตามต้องการ

 
3. ผมเคยใช้น้ำมันเกรดสูง แลัวก็เปลี่ยนมาเป็นเกรดธรรมดาที่ราคาถูกกว่า  ก็ไม่เห็นมีปัญหาอะไร แล้วทำไมผมต้องกลับไปใช้น้ำมันเกรดสูงเล่า?
จำนวนเงินเพียงเล็กน้อยที่เพิ่มขึ้นต่อลิตรในการใช้จ่ายกับน้ำมันดูจะไม่ใช่เรื่องสลักสำคัญ เมื่อต้องเทียบกับค่าใช้จ่ายในการซ่อมแซมเครื่องจักรหรือเมื่อต้องหยุดการผลิต

ค่าน้ำมันหล่อลื่นนั้นคิดเป็นเพียง 3-5% ของงบประมาณสำหรับซ่อมบำรุงทั้งหมด ซึ่งค่าใช้จ่ายส่วนใหญ่อยู่ที่อะไหล่  หากคุณเลือกใช้น้ำมันคุณภาพต่ำ คุณอาจพบว่าเงินที่ประหยัดได้จากค่าน้ำมันจะต้องนำมาใช้เพิ่มในการเปลี่ยนอะไหล่

หรืออาจเป็นได้ว่า ขณะนี้เครื่องของคุณอาจไม่ได้ทำงานหนักมากนัก คิดดูว่าหากเครื่องต้องทำงานหนักขึ้นในเร็วนี้ การใช้น้ำมันราคาถูกอาจทำให้เครื่องเกิดภาวะแรงดันตก ปั๊มสึกหรอมากขึ้น รวมทั้งกินไฟเพิ่มขึ้น เช่นเดียวกับน้ำมันเครื่อง น้ำมันไฮดรอลิกที่มีคุณภาพดีจะมีความทนทานใช้งานได้นานกว่า ระยะเวลาการเปลี่ยนถ่ายก็นานขึ้น ปริมาณการซื้อน้ำมันก็น้อยลง ซึ่งในระยะยาวก็คือ คุณก็จะประหยัดขึ้นนั่นเอง แม้ว่าราคาต่อลิตรจะสูงกว่านิดหน่อยก็ตาม

1. ผู้ผลิตเครื่องจักรแนะนำให้ใช้น้ำมันยี่ห้ออื่น
หากเครื่องของคุณยังอยู่ในประกัน คุณก็ควรปฏิบัติตามคำแนะนำของ OEM อย่างไรก็ตาม ควรตรวจสอบดูว่า OEM แนะนำให้ใช้เชลล์ เทลลัสด้วยหรือไม่ เพราะเชลล์ได้รับการรับรองจากไฮดรอลิก OEM ชั้นนำเกือบทุกยี่ห้อ

ทุกๆ  1 ใน 10 ลิตรของน้ำมันไฮดรอลิกที่ขายอยู่ทั่วโลกคือเชลล์ เทลลัส ซึ่งเป็นยอดขายสูงสุด ที่ไม่มีคู่แข่งใดจะอ้างถึงคุณสมบัติข้อนี้ได้

หากเครื่องหมดประกันแล้ว พึงระลึกไว้ว่า น้ำมันที่ OEM แนะนำนั้นส่วนใหญ่เพียงแค่ผ่านมาตรฐานที่กำหนดเท่านั้น จุดมุ่งหมายของผู้ผลิตนั้นคือต้องการขายเครื่องจักรให้ได้มากขึ้น ขณะที่จุดมุ่งหมายของเชลล์คือต้องการยืดอายุการใช้งานของมัน
 
 
2. คุณบอกว่าน้ำมันบางยี่ห้อใช้การไม่ได้เมื่อปนเปื้อนกับน้ำและแคลเซียม ซึ่งไม่น่าที่จะเกิดขึ้นพร้อมๆ กัน ไม่ทราบว่าแคลเซียมมาจากไหน?
การทดสอบของเราแสดงให้เห็นว่าน้ำมันบางยี่ห้อที่ด้อยคุณภาพไม่เพียงแค่มีน้ำปนเท่านั้น และเป็นที่รู้กันว่าในระบบจะต้องมีน้ำปนอยู่ด้วยไม่มากก็น้อย  การจับตัวของน้ำในอ่างน้ำมัน จากการเปลี่ยนแปลงอุณหภูมิ การเก็บน้ำมันไว้กลางแจ้ง รอยรั่วในระบบ ล้วนมีผล ให้มีน้ำเข้าไปปนเปื้อนในระบบทั้งสิ้น

สำหรับแคลเซียมนั้น ผลการทดสอบชี้ชัดว่าแคลเซียมในปริมาณน้อยเพียงไม่กี่ PPM ในน้ำจะทำให้น้ำมันบางชนิดมีค่าการไหลผ่านกรองด้อยลง  ยิ่งไปกว่านั้นสภาพแวดล้อมของอุตสาหกรรมหลายชนิดยังมีแคลเซียมปะปนในอากาศในปริมาณสูง แคลเซียมยังเป็นสารป้องกันการสึกหรอที่ใช้มากในน้ำมันเครื่อง และการที่น้ำมันไฮดรอลิกจะปนเปื้อนกับน้ำมันเครื่องก็ไม่ใช่เรื่องแปลก  เกลือที่ใช้ในน้ำประปาก็มีแคลเซียม ดังนั้นการที่ระบบปนเปื้อนกับน้ำโดยผ่านตัวระบายความร้อนด้วยน้ำจึงเป็นที่มาของแคลเซียมอีกแหล่งหนึ่ง  กล่าวโดยที่สุดก็คือการปนเปื้อนกับน้ำและแคลเซียมนั้นเกิดขึ้นได้ง่ายๆ  คุณจึงจำเป็นต้องใช้น้ำมันที่สามารถจัดการกับปัญหานี้ได้
 
 
3. เทลลัสใหม่ทนต่อการปนเปื้อนของน้ำได้อย่างไร?
การที่มีน้ำในระบบนั้นเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ เทลลัสนั้นมีคุณสมบัติเป็นเลิศในการไหลผ่านกรองและการแยกตัวออกจากน้ำ นั่นหมายความว่าแม้จะมีน้ำปน ก็จะไม่มีผลเสียใดๆ ต่อระบบเมื่อใช้เชลล์ เทลลัส

ผลเสียในระยะยาวของการมีน้ำปนมีมากมาย เช่น ทำให้อายุการใช้งานของแบริ่งสั้นลง เพิ่มความเสี่ยงในการกัดกร่อนผุพัง การเกิดเมือกเหนียวในระบบยังจะทำให้ปั๊มเสียเร็วขึ้นอีกด้วย
 
 
4. ผมฟอกสีน้ำมันไฮดรอลิกแล้วเอากลับมาใช้ใหม่จะได้ไหม?
น้ำมันไฮดรอลิกใช้แล้วไม่สามารถทำให้กลายเป็นน้ำมันใหม่ได้เพียงแค่การกรองเอาสิ่งปนเปื้อนที่เป็นของแข็งออก สารเพิ่มคุณภาพที่ถูกใช้ไปและทำปฏิกิริยากับอากาศไปแล้วก็ไม่อาจนำออกโดยการถูกฟอกสีได้  ทั้งยังไม่อาจเติมสารเพิ่มคุณภาพใหม่เข้าไปให้ถูกสัดส่วนได้ เพราะผู้ปฏิบัติการคงไม่รู้ถึงสูตรการผสมสารเพิ่มคุณภาพที่ถูกต้อง(อันที่จริงเชลล์ได้จดสิทธิบัตรสูตรดังกล่าวของเทลลัสไว้แล้ว)

การใช้สารเพิ่มคุณภาพที่แตกต่างออกไปจากสูตรเดิม จะทำใหม่น้ำมันเสียสมดุลและด้อยคุณภาพลงไปในหลายๆ ด้าน อาทิ การไหลผ่านกรอง  น้ำมันที่ถูกฟอกสีย่อมไม่ได้รับการตรวจสอบคุณภาพจึงหมายถึงไม่ได้คุณภาพไปด้วย  ระบบที่ใช้น้ำมันที่ถูกฟอกสีจะเกิดการสะสมของของสารปนเปื้อนต่างๆ ที่ละลายได้ เช่น เขม่า คราบสารเคมีเพิ่มคุณภาพที่ถูกใช้แล้ว ซึ่งจะทำให้เกิดเป็นแล็กเกอร์และคราบวานิชในระบบขึ้น