Jump menu


Secondary Navigation | back to top

Main content |  back to top

ช่วงนี้ไม่ว่าเราจะเดินทางไปไหน ก็คงหลีกไม่พ้นกับฝนที่โปรยปรายลงมา ซึ่งสภาพอากาศแบบนี้  ก็ส่งผลต่อการขับขี่ไม่น้อยเลยค่ะ เพราะนอกจากทัศนวิสัยในการขับขี่ี่จะลดลงแล้ว น้ำที่เจิ่งนองเต็มถนนก็ทำให้รถของเราลื่นไถลได้ง่ายอีกด้วย ดังนั้นเพื่อความปลอดภัยในการเดินทางในช่วงนี้ เรามาเรียนรู้เทคนิคการดูแลรถและการขับขี่ในช่วงหน้าฝนกันดีกว่าค่ะ

Red car splashes

1. ยางและระบบเบรก สิ่งสำคัญต้องดูแลให้มั่นใจ

ใครที่รู้ตัวว่ายางรถยนต์ที่เรากำลังขับอยู่ มีอายุการใช้งานมากกว่า 3 ปีขึ้นไป ควรตรวจเช็คให้แน่ใจว่าเนื้อยางยังไม่เกิดการเสื่อมสภาพนะคะ เพราะหากตัวยางมีความยึดหยุ่นน้อยลง จะส่งผลให้การเกาะถนนลดลงและเกิดการลื่นไถลได้เมื่อมีการเบรกแรงๆ นอกจากนี้ควรเช็คว่าดอกยางของเรามีความสูงไม่ต่ำกว่า 2.5 มม.เพราะหากดอกยางไม่สูงเพียงพอ ประสิทธิภาพในการรีดน้ำออกจากตัวยางจะลดลง ทำให้รถเสียการทรงตัวเมื่อวิ่งผ่านถนนที่มีน้ำเจิ่งนองได้ง่ายขึ้นนั่นเองค่ะ อีกส่วนที่ต้องดูแลเป็นพิเศษก็คือระบบเบรก ให้สังเกตเวลาเบรกรถว่าผ้าเบรกสามารถชะลอความเร็วรถได้เต็มประสิทธิภาพหรือเปล่า หรือมีท้ายรถสะบัดเป๋ไปมาตอนเบรกหรือไม่ หากพบอาการเหล่านี้แนะนำให้นำรถไปตรวจสอบอย่างละเอียดค่ะ

2. ใบปัดน้ำฝนและน้ำฉีดกระจกต้องพร้อมเสมอ

เพราะการขับรถในหน้าฝนนั้นทัศนวิสัยคือสิ่งสำคัญมากค่ะ โดยเฉพาะในช่วงที่ฝนตกหนัก หากระบบปัดน้ำฝนไม่ดี อาจทำให้การขับขี่ลำบากจนเกิดอุบัติเหตุได้ง่าย ใบปัดน้ำฝนที่ดีนั้น จะต้องปัดน้ำที่ติดกระจกหน้าได้เรียบสนิทไม่เป็นลอนคลื่นและไม่มีเสียงดังขณะทำงาน นอกจากนี้เราควรตรวจสอบระบบน้ำฉีดกระจกด้วยว่าสามารถฉีดน้ำทำความสะอาดได้อย่างราบรื่นหรือไม่ ซึ่งเราควรเติมน้ำให้เต็มกระปุกฉีดน้ำฝนตลอดนะคะ

Driving a Car

3. ไฟสัญญาณรอบตัวรถ ส่องสว่างอย่างเหมาะสมหรือยัง

เพื่อลดโอกาสที่จะเกิดอุบัติเหตุในช่วงหน้าฝน เราควรเช็คไฟสัญญาณต่างๆ รอบคันรถว่าสามารถทำงานได้อย่างครบถ้วนหรือไม่ด้วยนะคะ โดยเฉพาะไฟหน้า และไฟที่จำเป็นอื่นๆ อาทิ ไฟต่ำ ไฟสูง ไฟเบรก ไฟตัดหมอกหน้าและหลัง ไฟฉุกเฉิน ไฟเลี้ยว ไฟถอยหลัง ทุกหลอดล้วนสำคัญต่อการขับขี่เป็นอย่างมาก หากพบว่าไฟดวงใดทำงานไม่สมบูรณ์ แนะนำให้ช่างแก้ไขโดยด่วนนะคะ

4. ขับช้าๆ ใจเย็นและมีสติเสมอในยามที่ฝนตกหนัก

เมื่อดูแลรถยนต์ได้พร้อมแล้ว ปัจจัยสุดท้ายก็คือการขับขี่อย่างปลอดภัยนั่นเองค่ะ โดยในช่วงฝนตกหนักนั้นเราควรปรับระดับความเร็วให้เหมาะสม ไม่ขับจี้ท้ายรถคันหน้าจนเกินไป (ควรเว้นระยะห่างประมาณ 10-15 เมตรขึ้นไป) และไม่ควรเหยียบเบรกกะทันหันเพราะตัวรถอาจลื่นไถลได้ แนะนำให้ลดความเร็วโดยใช้เกียร์ต่ำและค่อยๆ เหยียบเบรกจะดีที่สุดค่ะ 

หากทำได้ตามนี้ถึงสภาพอากาศจะไม่เป็นใจ แต่หากระมัดระวังและไม่ประมาทเราก็สามารถขับขี่ได้อย่างปลอดภัย พร้อมเดินทางได้ในทุกๆวันแล้วล่ะ!

แหล่งอ้างอิง:

ลิงค์ที่1

ลิงค์ที่2

ลิงค์ที่3

Page Tools