Jump menu


Secondary Navigation | back to top

Main content |  back to top

ข่าวประชาสัมพันธ์ พ.ศ.2553

นักศึกษาไทยคว้าแชมป์รถประหยัดน้ำมัน

โรงเรียนกองทัพบกอุปถัมภ์ช่างกล ขส. ทบ. สร้างชื่อชนะเลิศการแข่งขันรถประหยัดพลังงาน ในการแข่งขันเชลล์ อีโค-มาราธอน เอเชีย 2010 ที่ประเทศมาเลเซีย พร้อมสร้างสถิติใหม่น้ำมัน 1 ลิตร วิ่งได้ 1,521 กิโลเมตร
Photo of SEM winner

โรงเรียนกองทัพบกอุปถัมภ์ช่างกล ขส. ทบ. สร้างชื่อชนะเลิศการแข่งขันรถประหยัดพลังงาน ในการแข่งขันเชลล์ อีโค-มาราธอน เอเชีย 2010 ที่ประเทศมาเลเซีย พร้อมสร้างสถิติใหม่น้ำมัน 1 ลิตร วิ่งได้ 1,521 กิโลเมตร

นางพิศวรรณ อัชนะพรกุล ประธานกรรมการ บริษัท เชลล์ แห่งประเทศไทย จำกัด เปิดเผยถึงการแข่งขัน เชลล์ โค–มาราธอน 2010 ซึ่งจัดขึ้นเป็นครั้งแรกในภูมิภาคเอเชียที่สนามรถแข่งนานาชาติเซปัง ประเทศมาเลเซีย ในวันที่ 8-10 กรกฏาคม 2553 ว่า บริษัทเชลล์ฯมีความยินดีเป็นอย่างยิ่งที่เยาวชนไทย ทีม ATE-1 จากโรงเรียน กองทัพบก อุปถัมภ์ ช่างกล ขส.ทบ. สร้างชื่อเสียงให้กับประเทศ สามารถคว้ารางวัลชนะเลิศและสร้างสถิติใหม่ ในการแข่งขันรุ่นรถยนต์ต้นแบบ (Prototype Category) โดยสามารถขับรถ ไปได้ไกลสุดถึง 1,521 กิโลเมตร ใช้เชื้ั้้อเพลิงเทียบเท่าน้ำมันเพียง 1 ลิตร ซึ่งหากเทียบระยะทางเท่ากับ ขับจากกรุงเทพฯ ถึง กรุงกัวลาลัมเปอร์ อันดับสอง เป็นทีมสถาบันฮิโยโกะ เพอร์เฟคทูรัล ทาจิม่า เทคนิคเคิล (Hyogo Prefectural Tajima Technical Institute ) จากประเทศญี่ปุ่น สามารถขับไปได้ไกลถึง 1,235.1 กิโลเมตร และอันดับ 3 คือ ทีมจากมหาวิทยาลัย ทงจี้ (Tongji University) ประเทศจีน สามารถขับได้ไปได้ไกลถึง 940.4 กิโลเมตร

นางพิศวรรณ อัชนะพรกุล กล่าวต่อไปว่า เราได้เห็นความคิดดี ๆ ในการสร้างงาน การออกแบบรถที่ชาญฉลาด นวัตกรรมของพลังงานที่ใช้ เชื้อเพลิงที่ดี และพฤติกรรมการขับขี่ที่ดี รถบางคันได้รับการออกแบบ ให้มีรูปร่าง เหมือน แคปซูล หรือดินสอ เพื่อให้เกิดความคล่องแคล่ว นอกจากนี้ทีมเยาวชนไทยของเราได้สร้างผลงาน ที่น่าประทับใจ โดยสามารถติดอันดับ ทีมที่สามารถทำการลงแข่งขันหลังผ่านการทดสอบด้านความปลอดภัยได้ (on score list) ถึง 9 ทีม จาก 13 ทีมไทยที่เข้าร่วมการแข่งขัน ทำให้มีธงไทยปรากฏบนจอ Scoreboard ได้มาก มาย นอกจากความตื่นเต้นของการแข่งขันแล้ว ได้เห็นสปีริตของนักศึกษาที่มีความตื่นตัว และความตั้งใจในการ เข้าร่วม กิจกรรมต่างๆ มีการแลกเปลี่ยนความรู้ เปิดโอกาสได้พูดคุยช่วยเหลือซึ่งกันและกันระหว่างต่างสถาบัน และต่างประเทศกัน นับว่าเป็นเวทีที่เปิดกว้างให้นักศึกษาไทยได้มีประสบการณ์ใหม่ และกว้างไกล

ด้านนายกิตติวงศ์ แก้วบำรุง นักขับรถจากทีม ATE-1 กล่าวว่า ในช่วงการแข่งขัน รถของเรามีปัญหาอย่างต่อเนื่อง ทุกคนในทีมได้พยายามแก้ไข และในที่รอบ 3 - 4 ความพยายามของเรายังไม่ประสบความสำเร็จ แต่ทุกคนในทีม ยังคงไม่ท้อและได้พยายามแก้ไขปัญหาเครื่องยนต์ ผมได้ปรับกลยุทธ์การขับขี่ รวมถึงการควบคุมเวลาในการปล่อย พลังงานจนสามารถขึ้นมาเป็นอันดับ 1 ได้ระยะทางที่ีดีมาก

สำหรับทีมที่ชนะเลิศในประเภท Urban Concept รถที่ออกแบบโดยคำนึงการใช้งานจริงบนท้องถนน คือทีมจาก มหาวิทยาลัยแห่งชาติ สิงคโปร์ ใช้เชื้อเพลิงไฮโดรเจน สามารถสร้างสถิติสูงสุดได้ที่ 612.4 กิโลเมตรเทียบ เท่า กับการใช้น้ำมันเพียง 1 ลิตร

นอกจากนี้การแข่งขันเชลล์ อีโค-มาราธอน 2010 ยังมีการมอบรางวัล ในด้านความปลอดภัย นวัตกรรมทาง ด้าน เทคโนโลยี การสื่อสารและการตลาด โดยรางวัลทางด้านความปลอดภัย และ รางวัล ดีเด่นทางด้าน เทคโนโลยี นวัตกรรมเป็นของมหาวิทยาลัยแห่งชาติ สิงคโปร์ (National University of Singapore) ขณะที่ ทีมจาก มหาวิทยาลัยทงจี้ (Tongji University) ประเทศจีน ได้รับรางวัลดีเด่นทางด้านการสื่อสารและการตลาด

ข้อมูลประกอบเพิ่มเติม
เชลล์อีโค-มาราธอน การแข่งขันที่มอบรางวัลให้แก่ยานพาหนะที่สามารถวิ่งได้ไกลที่สุด โดยใช้เชื้อเพลิง น้อยที่สุดเริ่มจัดการแข่งขันในทวีปยุโรปตั้งแต่ปี พ.ศ.2528 และเริ่มจัดการแข่งขันในประเทศสหรัฐอเมริกาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2550 และในปี 2553 นี้ทวีปเอเชียได้รับเกียรติจัดการแข่งขันเป็นครั้งแรก ที่สนามรถแข่งนานาชาติเซปัง ประเทศมาเลเซีย ในวันที่ 8-10 กรกฎาคม 2553 ซึ่งมีส่วนสำคัญช่วยกระตุ้นให้ทีมนักเรียน นักศึกษาไทยสนใจ เข้าร่วมการแข่งขันถึง 13 ทีม


สำหรับการแข่งขัน เชลล์ อีโค มาราธอน 2010 แบ่งออกเป็น 2 ประเภท คือ รุ่นต้นแบบ (Prototype Category) ซึ่งให้ความสำคัญกับนวัตกรรมการออกแบบพื้นฐานรถที่ใช้พลังงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากที่สุด เช่น การ ลดแรงต้านของรถ สำหรับประเภท Urban Concept เป็นการออกแบบรถโดย คำนึงการใช้งานจริง บนท้องถนน "roadworthy"  ซึ่งรถในรุ่นนี้จะเป็นรถที่ปรากฏให้เห็นบนท้องถนนทั่วไป โดยการแข่งขันทั้ง 2 ประเภท ผู้เข้าแข่ง ขัน จะเลือกใช้เชื้อเพลิงที่ได้จากแหล่งพลังงานที่มีอยู่ในปัจจุบัน เช่น ดีเซล  เบนซิน และก๊าซปิโตรเลียมเหลว (LPG) รวมถึงพลังงานทางเลือก เช่น ไฮโดรเจน พลังงานชีวมวล และโซลาร์ เซลล์