Jump menu


Secondary Navigation | back to top

Main content |  back to top

ความจริงที่สำคัญสามประการ

โลกเผชิญกับความจริงที่สำคัญสามประการในการตอบรับความท้าทายด้านพลังงาน

  1. ประการแรก ความต้องการพลังงานเพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว เนื่องจากประเทศต่างๆ เช่น จีนและอินเดีย เข้าสู่ช่วงการพัฒนาเศรษฐกิจที่มีการใช้พลังงานในระดับสูงสุด
  2. ประการที่สอง มีแนวโน้มว่าหลังจากปี 2015 เป็นต้นไป การจัดหาน้ำมันและก๊าชธรรมชาติที่เข้าถึงได้ง่ายจะไม่เพียงพอต่อความต้องการพลังงานที่เพิ่มสูงขึ้น โลกต้องใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น และเพิ่มการใช้แหล่งพลังงานอื่นๆ ซึ่งหมายถึงการใช้พลังงานหมุนเวียนเพิ่มขึ้น เช่น พลังงานแสงอาทิตย์ พลังงานลม และเชื้อเพลิงชีวภาพ พลังงานนิวเคลียร์ ถ่านหิน และน้ำมันและก๊าซธรรมชาติจากจากแหล่งพลังงานที่เข้าถึงได้ยากหรือแหล่งพลังงานใหม่ๆ เช่น ทรายน้ำมัน เพิ่มมากขึ้น
  3. ประการที่สาม เนื่องจากการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์จากการใช้พลังงาน ซึ่งเกินกว่าครึ่งเกิดจากการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากน้ำมือของมนุษย์ คาดว่าจะเพิ่มสูงขึ้นแม้ว่าจะมีความวิตกกังวลเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศเพิ่มมากขึ้นก็ตาม

พลังงานที่อาจนำมาใช้ได้ในอนาคต

ภาพรถบรรทุกก๊าซเชลล์ในเซี่ยงไฮ้ ประเทศจีน

เพื่อช่วยให้มองเห็นภาพพลังงานที่อาจนำมาใช้ได้ในอนาคต เราได้จำลองสถานการณ์พลังงานตามการคาดคิดของเชลล์ที่อาจเกิดขึ้นเป็นสองสถานการณ์ดังนี้

ในสถานการณ์แรกเรียกว่า "รีบร้อนเร่งรีบ" นโยบายภาครัฐมีน้อยเกินไปและสายเกินไป ไม่มีกรอบการทำงานสำหรับการจัดการก๊าซเรือนกระจกที่มีประสิทธิภาพ ส่งผลให้การปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์และก๊าซเรือนกระจกเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องจนถึงปี 2040 การปล่อยก๊าซเรือนกระจกจะเพิ่มขึ้นจนถึงระดับเข้มข้นในบรรยากาศซึ่งสูงกว่าระดับที่นักวิทยาศาสตร์วิเคราะห์ว่าเป็นระดับที่ปลอดภัยในปี 2050

ในสถานการณ์ที่สองเรียกว่า "แผนกลยุทธ์" รัฐบาลท้องถิ่นและรัฐบาลของแต่ละประเทศนำมาตรฐาน ภาษี และนโยบายใหม่อื่นๆ เข้ามาใช้เพื่อเปลี่ยนแปลงพฤติกรรม และเพิ่มการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพภายในอาคาร ยานพาหนะ และน้ำมันเชื้อเพลิงที่ใช้ในภาคการขนส่ง ระบบการซื้อขายการปล่อยมลพิษระหว่างประเทศจะทำให้ราคาการปล่อยมลพิษสูงขึ้นซึ่งส่งผลให้มีการเร่งคิดค้นนวัตกรรมใหม่ การใช้น้ำมันเชื้อเพลิงของรถอย่างมีประสิทธิภาพจะเพิ่มขึ้นแบบก้าวกระโดด รถที่ใช้พลังงานไฟฟ้าจะเป็นที่แพร่หลายมากขึ้นหลังจากปี 2030 โรงงานอุตสาหกรรมจะเริ่มดำเนินการกักเก็บก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ ภายในปี 2020 การปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์จะหยุดเพิ่มจำนวนขึ้น และจะค่อยๆ ลดลง ภายในปี 2050 ระดับก๊าซเรือนกระจกในบรรยากาศจะเป็นไปตามแผนและอยู่ในระดับคงที่ซึ่งต่ำกว่าสถานการณ์แรก "รีบร้อนเร่งรีบ" แต่แม้ว่าจะมีการเปลี่ยนแปลงต่างๆ เหล่านี้ และการปล่อยมลพิษก๊าซเรือนกระจกอื่นๆ ที่ลดจำนวนลง เช่น ก๊าซมีเธนจากภาคการเกษตร ความเข้มข้นของก๊าซเรือนกระจกในบรรยากาศโลกตามสถานการณ์ที่สอง “แผนกลยุทธ์” จะยังคงอยู่ที่ระดับคงที่ ซึ่งสูงกว่าระดับที่นักวิทยาศาสตร์ในปัจจุบันเรียกร้อง

การตอบรับความท้าทายด้านพลังงาน

เพื่อตอบรับความท้าทายด้านพลังงาน เช่น การใช้เทคโนโลยีขั้นสูงเพื่อแก้ปัญหาน้ำมันและก๊าซในสภาพแวดล้อมที่อยู่ห่างไกลหรือสภาพแวดล้อมที่เป็นอันตราย และเทคนิคใหม่ในการขยายระยะเวลาการใช้ประโยชน์จากบ่อน้ำมัน เรากำลังเพิ่มการผลิตจากแหล่งพลังงานใหม่ รวมถึงทรายน้ำมัน และเราเข้าร่วมในโครงการการใช้พลังงานลม

เราช่วยผลิตก๊าซธรรมชาติที่เผาไหม้สะอาดมากขึ้นผ่านผลิตภัณฑ์ก๊าซธรรมชาติเหลวและกระบวนการแปลงก๊าซเป็นของเหลว เราเป็นหนึ่งในบริษัทผู้จัดหาน้ำมันชีวภาพรายใหญ่ที่สุดของโลก และทำงานเพื่อผลิตน้ำมันชีวภาพขั้นสูงจากแหล่งพลังงานต่างๆ เช่น ฟางข้าวและสาหร่าย และผลิตน้ำมันเชื้อเพลิงชีวภาพอย่างยั่งยืนที่สุดเท่าที่จะทำได้

เราเข้าร่วมในโครงการสาธิตการกักเก็บก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (CCS) หลายโครงการทั่วโลก เพื่อวิจัย พัฒนา และทดสอบเทคโนโลยีและกระบวนการการกักเก็บก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ไว้ใต้ดินอย่างปลอดภัย
 

Page Tools

ค้นหาข้อมูลเพิ่มเติม

ศึกษาเพิ่มเติมเกี่ยวกับสถานการณ์พลังงานตามการคาดคิดของเชลล์ในเว็บไซต์บริษัท หรือดูวิดีโอสถานการณ์พลังงานตามการคาดคิดของเชลล์บน YouTube (ภาษาอังกฤษ)