บริการล้างรถด้วยเครื่องอัตโนมัติ
บริการล้างรถของเชลล์มีบริการล้างรถด้วยระบบอัตโนมัติที่เปี่ยมด้วยประสิทธิภาพให้เลือกอย่างครบครัน ใช้เวลาในการทำความสะอาด ลงแวกซ์และเป่าแห้ง เพียง 6 – 8 นาที ซึ่งช่วยประหยัดเวลาอันมีค่าของคุณ
นอกเหนือจากบริการล้างและเป่ารถตามปกติแล้ว เชลล์ยังมีบริการอื่นๆ อีกมากมายที่คุณสามารถเลือกได้
ฉีดโฟม - เป็นขั้นตอนก่อนเริ่มกระบวนการล้างรถ ทั้งนี้เพื่อดูดซับสิ่งสกปรก ทำให้ง่ายต่อการทำความสะอาด
ลงแชมพู – เพื่อขจัดคราบสกปรกที่จับแน่นบนตัวรถ ให้ความสะอาดหมดจด
ลงแวกซ์ร้อน - เพื่อช่วยป้องกันไม่ให้ความสกปรกเกาะพื้นผิวของรถ และคงสีสันสดใสให้รถคุณ
ลงแวกซ์เย็น - พ่นก่อนเช็ดรถให้แห้ง แวกซ์เย็นช่วยเร่งขั้นตอนที่ทำให้รถแห้งเร็วยิ่งขึ้น เพราะแวกซ์ช่วยไล่น้ำออกจากพื้นผิวรถยนต์อย่างเป็นธรรมชาติ
ล้างล้อรถ – ด้วยระบบเลเซอร์ที่มีความแม่นยำสูงนำไปสู่ตำแหน่งของล้อรถแต่ละล้อ และทำความสะอาดได้อย่างทั่วถึง
การทำความสะอาดห้องโดยสาร – ทำให้ภายในห้องโดยสารสะอาดหมดจด
บริการล้างรถด้วยเครื่องเจ็ทวอช
เชลล์มีบริการล้างรถที่เรียกว่า เจ็ทวอช ซึ่งเป็นบริการเฉพาะแห่งตามสถานีบริการของเชลล์ภายใต้การควบคุมการทำงานของเครื่องโดยพนักงาน เป็นการล้างรถด้วยเทคโนโลยีระบบฉีดน้ำแรงดันสูง สารทำความสะอาดที่เปี่ยมประสิทธิภาพ และความเอาใจใส่จากพนักงานเพื่อให้มั่นใจว่ารถของคุณจะได้รับการทำความสะอาดอย่างทั่วถึง ทำให้รถสะอาดเหมือนใหม่
บริการล้างรถโดยพนักงานล้างรถจากเชลล์
บริการล้างรถและทำความสะอาดห้องโดยสารภายในด้วยพนักงานของเชลล์เป็นบริการที่ทำความสะอาดด้วยมือ ด้วยความพิถีพิถันทุกขั้นตอนที่สถานีบริการของเชลล์
วิธีดูแลรักษารถยนต์ให้ใหม่อยู่เสมอ
ในแต่ละวัน สิ่งสกปรกบนท้องถนนและมลพิษที่สะสมอยู่บนพื้นผิวของรถยนต์มีส่วนทำลายสีบนตัวถังรถในระยะยาว การดูแลรักษาสภาพของรถ จึงควรทำความสะอาดรถทุกสัปดาห์ หรือทุกๆ สองสัปดาห์ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับสภาพของถนนและอากาศ นอกจากนี้ ผู้เชี่ยวชาญยังแนะนำให้ขัดหรือลงแวกซ์รถยนต์เป็นประจำอีกด้วย
- ไม่ควรขัดรถใหม่หรือรถที่ทำสีใหม่อย่างน้อยสองเดือนหลังจากการทาสีใหม่ ทั้งนี้เพื่อทิ้งให้สีแห้งสนิท
- การใช้วัสดุมีคม สามารถใช้ได้นานๆ ครั้ง วัสดุมีคมนี้ทำหน้าที่ปาดชั้นสีออกจากตัวถังรถ หากใช้วัสดุมีคมแรงเกินไป ย่อมทำให้กินเข้าไปถึงสีลงพื้น
รอยข่วนและรอยครูด
รอยข่วนเล็กๆ ที่ยังกินไม่ถึงชั้นสีลงพื้นของรถยนต์ สามารถลบออกได้ง่าย ด้วยผ้านุ่มๆ และวัตถุมีคมเล็กๆ สำหรับรอยครูดที่กินเข้าไปถึงสีลงพื้นจนเห็นเนื้อโลหะ ให้ทำความสะอาดรอยครูดนั้นด้วยสารละลายซิลิโคน จากนั้น จึงลงสีพื้นไปบนโลหะ แล้วตามด้วยยาเคลือบเล็บทั่วๆ ไป
รอยบุบและรอยกระแทก
หากเกิดรอยเสียหายเพียงเล็กน้อย ให้กดหรือเคาะ(ด้วยค้อนขนาดเบา) บริเวณนั้นให้กลับเข้าไปใกล้เคียงกับสภาพเดิม จากนั้น จึงใช้เครื่องขัดไฟฟ้าขัดบริเวณที่ได้รับความเสียหายนั้น แล้วลงพื้นบริเวณนั้นอีกครั้งด้วยสารป้องกันสนิม
ขั้นต่อไป ปิดรอยบุบนั้นด้วยกาวที่มีส่วนผสมสองอย่าง (ยางสนกับวัสดุแข็งตัว) ในขั้นตอนของการใช้วัสดุแข็งตัวนั้น ให้ขัดบริเวณนั้นให้ได้รูปทรงตามที่ต้องการ จากนั้น จึงขัดพื้นผิวในบริเวณนั้นให้เรียบ แล้วจึงลงพื้นและสี
สนิมคือศัตรูของรถ
ควรเอาใจใส่ดูแลรถมิให้เกิดสนิมแต่เนิ่นๆ และหากท่านปล่อยให้เกิดตุ่มสีขึ้นนั่นย่อมเป็นสัญญาณว่ารถของคุณกำลังจะเป็นสนิม จำไว้ว่าการป้องกันนั้นถูกกว่าการซ่อมแซมหลายเท่า ดังนั้น คุณควรระวังไว้เสมอไม่ให้สนิมมีโอกาสมาเยือนรถของคุณ
- ลงแว็กซ์เป็นประจำ
- ตรวจทุกซอกมุมใต้ท้องรถ
- มองหารอยสนิม หรือตุ่มสี
- ป้องกันบังโคลน ขอบประตู และพื้นไม่ให้ติดโคลนด้วยการล้างทำความสะอาดอย่างสม่ำเสมอ
- มั่นใจว่าจุกระบายน้ำใต้ประตูทุกบานไม่มีตะกอนตกค้าง โดยเฉพาะประตูท้ายของรถโดยสารขนาดเล็ก
- ในกรณีที่จำเป็นต้องขัดสนิม ขัดด้วยแปรงลวดบริเวณที่มีสนิมแล้วทาบริเวณนั้นด้วยสารป้องกันสนิม และวัสดุป้องกันอื่นๆ ใต้ตัวถังรถ
รถสวยเริ่มจากภายในการขับรถทีดีมาจากทัศนวิสัยที่ดีทั้งภายในและภายนอก จึงควรทำความสะอาดห้องโดยสารอย่าสม่ำเสมอ รถจึงจะดูดีและสร้างความรู้สึกที่ดีเวลาขับ เพื่อความปลอดภัยทั้งตัวคุณและครอบครัวของคุณเอง
- ดูดฝุ่นในห้องโดยสารอย่างสม่ำเสมอเพื่อให้ห้องโดยสารปลอดจากสิ่งสกปรกและฝุ่น
- ทำความสะอาดเบาะนั่ง หล่อลื่นแป้นเชื่อมต่างๆ เบรคมือ กลไกเลื่อนที่นั่งด้านหน้า และตัวบังคับทิศทางอื่นๆ
- ตรวจดูแป้นยางว่ามีการสึกกร่อน และเปลี่ยนเมื่อจำเป็น
- ตรวจดูขอเกี่ยวของเข็มขัดนิรภัย และรอยหลุดลุ่ยของเข็มขัดนิรภัย เปลี่ยนทันทีในกรณีที่ต้องซ่อมหรือเปลี่ยนใหม่
- หล่อลื่นล็อคประตูด้วยผงกราไฟต์ หรือดินสอหล่อลื่นแห้ง